Defon X

 

Q : ใน 1 กล่อง จะลดลงกี่กิโล, ทานกี่กล่องถึงจะเห็นผล

A : ระยะการห็นผลขึ้นอยู่กับอายุ น้ำหนัก และการรับประทานอาหารในแต่ละวัน รวมถึงกิจกรรมการออกกำลังกายของลูกค้า แต่ละคนไม่เหมือนกันค่ะ แต่ทุกคนจะลดลงจากการเผาผลาญไขมันเก่าที่สะสมไว้ หรือแม้น้ำหนักอาจจะไม่ลด แต่สัดส่วนก็เล็กลงค่ะ

 

Q : ทานแล้วจะมีอาการข้างเคียงหรือไม่

A : ผลข้างเคียงอาจมีใจสั่น คอแห้ง เหงื่อออกมากจากการทานผลิตภัณฑ์ช่วงแรกๆ แต่จะน้อยมาก แล้วอาการจะค่อยๆ หายไปเองค่ะ ลูกค้าส่วนใหญ่ที่ทานจะไม่มีผลข้างเคียงใดๆ ค่ะ

 

Q : ทำไมต้องทานก่อนอาหาร 15 นาที

A : ทานก่อนอาหาร 15 นาที เป็นช่วงที่ท้องว่าง ส่วนหนึ่งเพื่อให้ร่างกายได้ดูดซึมตัวยาในแคปซูล เพื่อไปทำหน้าที่ดักจับไขมันจากอาหารที่กำลังจะทานลงไปทานยาตอนท้องว่างจะทำให้ดูดซึมได้ดีที่สุดค่ะ


Q : DefonX ทานไม่ครบ 3 มื้อได้ไหม

A : ได้ค่ะ มื้อไหนทานน้อย ทานเบาๆ หรือไม่ทานก็ไม่ต้องทานยาค่ะ



Q : มีโรคประจำตัวทานได้ไหม

A : ทางเราไม่แนะนำให้ทานค่ะ เนื่องจากส่วนผสมในยาบางตัวนั้น อาจจะขัดขวางการทำงานของยาที่ใช้รักษาโรคประจำตัวอยู่ และจะส่งผลทำให้โรคประจำตัวของผู้ป่วยมีสภาวะแย่ลงค่ะ


Q : ทาน DefonX แล้วนอนไม่หลับ

A : DefonX มีส่วนผสมของ green tea decaffeine ซึ่งจะขจัดสารคาเฟอีนในชาเขียวให้ลดอาการข้างเคียงของการใจสั่น และนอนไม่หลับ แต่สำหรับลูกค้าในบางท่านที่มีความไวต่อคาเฟอีนก็อาจมีอาการนอนไม่หลับได้คะ ไม่แนะนำให้ทาน ก่อนนอน แนะนำให้ทานมื้อเย็นก่อน 17.00 ค่ะ

Q : วางแผนมีบุตร ให้นมบุตร ตั้งครรภ์ ทานได้ไหม

A : ทานไม่ได้ค่ะ คุณแม่ที่ต้องให้ลูกกินนมแม่ ต้องการพลังงานและสารอาหาร ประมาณ 500 กิโลแคลอรี่ ถ้าน้ำหนักตัวของคุณแม่ไม่ลดเร็วจนเกินไป ก็จะสามารถผลิตน้ำนมได้อย่างพอเพียง โดยทั่วไปจึงแนะนำให้คุณแม่บำรุงอาหารและพักผ่อนให้เพียงพอ เพราะต้องเลี้ยงดูลูก มีงานเพิ่มขึ้นมากมายถึงแม้ว่าผลิตภัณฑ์ของเราส่วนผสมจะมาจากธรรมชาติ แต่การทานอาหารเสริมและยาส่วนใหญ่ จะส่งผลผ่านทางน้ำนมด้วยเหมือนกัน มีประมาณ 1% ที่ไม่ผ่านน้ำนม จึงไม่แนะนำให้คุณแม่ที่ยังให้นมลูกอยู่ทานยา แนะนำอยากจะให้เปลี่ยนวิธี ลดน้ำหนัก ด้วยการออกกำลังกายจะดีกว่าค่ะ



Q : ดื้อยาคืออะไร
A : การที่ร่างกายรับสิ่งใดๆ ก็ตามไม่ว่าจะเป็นอาหารการกิน สารเคมีหรือยาปฏิชีวนะ เครื่องดื่มต่างๆ ร่างกายก็มักจะปรับตัวให้เข้ากับสิ่งที่ได้รับหรือเกิด “ความคุ้นเคย” นั้นเองค่ะ ดังนั้น ถ้าเราทานผลิตภัณฑืลดน้ำหนักมากๆ นานๆ หลายตัวจนร่างกายเราคุ้ยเคย ก็จะทำให้ร่างกายเกิดการปรับตัวให้น้ำหนักไม่ลดหรือที่เราเรียกว่า “ดื้อยา” สาเหตุหนึ่งของการดื้อยา อาจเนื่องมาจากไม่เคยดีท็อกซ์สารพิษในร่างกายหรือที่เรียกว่าการล้างสารเคมีที่สะสมในร่างกายออก เมื่อลำไส้เกิดการสะสมตกค้างมาก ก็ทำให้ขัดขวางการดูดซึม ขอแนะนำให้งดยาลดน้ำหนักทุกชนิดก่อนและควรดีท็อกซ์เพื่อปรับสมดุลลำไส้ เพื่อให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุดในการทานผลิตภัณฑ์ค่ะ

 

Q : ผลิตภัณฑ์ของเราทานแล้วจะโยโย่หรือไม่

A : ไม่โยโย่ค่ะ อาการโยโย่เป็นผลจากพฤติกรรมการควบคุมอาหารไม่ได้เกิดจากอาหารเสริมลดน้ำหนักเพียงอย่างดียว เพราะเมื่อเราอดอาหารร่างกายจะปรับการเผาผลาญพลังงานให้ต่ำลง และพยายามเก็บสะสมมากขึ้น ฉะนั้นเมื่อกลับไปทานอาหารเท่าเดิมอย่างกระทันหันโดยที่ร่างกายยังผลาญพลังงานต่ำและยังสะสมพลังงานในอัตตรามากกว่าปกติอยู่ จึงทำให้ดูเหมือนลดน้ำหนักยากและอ้วนง่ายกว่าปกติ ลองปรับพฤติกรรมการทานอาหารและหมั่นออกกำลังกายเพื่อกระตุ้นระบบการเผาผลาญให้กลับสาสภาวะปกติ อาจใช้เวลาสัก 1-2 เดือน แต่เมื่อระบบเผาผลาญคงที่จะไม่รู้สึกโหยอาหาร แถมยังมีความอยากอาหารน้อยลงโดยธรรมชาติ ซึ่งจะทำให้หุ่นของเราคงที่ไม่มีคำว่าโยโย่แน่นอนค่ะ

Powered by MakeWebEasy.com